2026-07-15 08:42:40ECB คัดเลือก 36 บริษัท ร่วมโครงการทดลองยูโรดิจิทัลปี 2027 สรุปภาพรวมตลาดด้วย AIการคัดเลือกผู้ให้บริการชำระเงิน 36 รายของ ECB สำหรับโครงการนำร่องยูโรดิจิทัลระยะเวลา 12 เดือน ซึ่งจะเริ่มในครึ่งหลังของปี 2027 ช่วยผลักดัน CBDC จากขั้นตอนการออกแบบไปสู่การทดสอบในโลกจริงทั่วทั้งยูโรโซน รวมถึงการชำระเงินแบบออฟไลน์และการชำระเงินกับร้านค้า การเคลื่อนไหวดังกล่าวสนับสนุนกรอบเรื่องอธิปไตยด้านการชำระเงินของยุโรปเมื่อเทียบกับสเตเบิลคอยน์และเครือข่ายเอกชน แต่ข้อกังวลที่ยังคงอยู่เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและการควบคุมอาจกำหนดทิศทางการยอมรับและโทนของกฎระเบียบ ซึ่งส่งผลต่อการวางตำแหน่งของภาคส่วนการชำระเงินและการถกเถียงเชิงนโยบายในยูโรโซนระดับผลกระทบ ● ปานกลางสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบNCFXEUR2USD/USDT+0.30%ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · NCFXEUR2USD/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI● Neutralเทรดตอนนี้เทรดตอนนี้ →⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวังธนาคารกลางยุโรป (ECB) คัดเลือกผู้ให้บริการชำระเงิน 36 รายเข้าร่วมโครงการทดลอง "ยูโรดิจิทัล" ระยะเวลา 12 เดือน โดยมีกำหนดเริ่มในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 ใช้เวอร์ชันเบต้าเพื่อทดสอบตั้งแต่กระบวนการชำระเงิน การเปิดบัญชี การรับชำระของร้านค้า ไปจนถึงการทำธุรกรรมแบบออฟไลน์ ท่ามกลางประเด็นความเป็นส่วนตัวที่ยังเป็นหัวใจต่อการยอมรับใช้งาน การทดลองจะดำเนินการภายใต้ ECB และธนาคารกลางแห่งชาติ 19 แห่งในยูโรโซน ครอบคลุมประเทศอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เนเธอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ โปรตุเกส ฟินแลนด์ และอีกหลายประเทศ ECB ระบุว่า หลังเปิดให้แสดงความสนใจในเดือนมีนาคม 2026 มีผู้ยื่นสมัครมากกว่า 50 ราย โดยผู้ที่ได้รับเลือกมีทั้งธนาคารและบริษัทชำระเงินนอกภาคธนาคาร ครอบคลุมโมเดลธุรกิจ ขนาด และพื้นที่ให้บริการที่หลากหลาย โครงการจะทดสอบกระแสการชำระเงินจริงด้วยยูโรดิจิทัลเวอร์ชันเบต้า ซึ่งใกล้เคียงกับรูปแบบที่วางไว้ในร่างกฎหมาย แต่ยังไม่เป็นเงินที่มีสถานะชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย (legal tender) ผู้เข้าร่วมบางรายจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการชำระเงินฝั่งการกระจาย (distributing payment service providers) เพื่อให้ทีมงานของ Eurosystem เข้าถึงบริการเบต้า เช่น การตั้งค่าบัญชีและการชำระเงิน อีกส่วนจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการฝั่งรับชำระ (acquiring providers) เพื่อให้ร้านค้าที่คัดเลือกสามารถรับชำระด้วยยูโรดิจิทัลเวอร์ชันเบต้าได้ และบางรายจะทำทั้งสองบทบาท ขอบเขตการทดสอบครอบคลุมการโอนเงินระหว่างบุคคล (person-to-person) ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการชำระเงินจากผู้บริโภคสู่ธุรกิจ (consumer-to-business) ณ จุดขายจริง โดยมีทั้งระบบจุดขายแบบซอฟต์แวร์ (software-based point-of-sale) ตลอดจนการชำระผ่านอีคอมเมิร์ซและมือถือ ปิเอโร ชิโปโลเน (Piero Cipollone) กรรมการบริหาร ECB ผู้ดูแลงานยูโรดิจิทัล ระบุว่าระดับความสนใจจากตลาดสะท้อน "ความพร้อมของภาคเอกชนในการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังกับโครงการยูโรดิจิทัล เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ภูมิทัศน์การชำระเงินของยุโรป" ในบรรดาบริษัทที่ได้รับเลือกมี Stripe รวมอยู่ด้วย ไอลีน โอ'มารา (Eileen O'Mara) รองประธานของ Stripe ระบุว่ายุโรปมีโอกาสสำคัญในการกำหนดอนาคตการชำระเงินดิจิทัลของตนเอง พร้อมโพสต์ว่า ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับการสร้างยูโรดิจิทัลที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจจริง "เชื่อมต่อได้ง่าย" และให้ความปลอดภัย ความเชื่อถือได้ และสมรรถนะตามที่ภาคธุรกิจคาดหวังจากโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินในปัจจุบัน การประกาศครั้งนี้ยังจุดกระแสวิจารณ์รอบใหม่จากกลุ่มผู้สนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้กังขาเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) โดยแฮนเดร ฟาน เฮียร์เดิน (Handre Van Heerden) โพสต์บน X ว่ายูโรดิจิทัลอาจทำให้ ECB มีอำนาจควบคุมเงินมากเกินไป นำไปสู่ความกังวลเรื่องการติดตามธุรกรรม การจำกัดการใช้จ่าย และการนำเครื่องมือนโยบายมาใช้ เช่น อัตราดอกเบี้ยติดลบ หรือกฎการหมดอายุของเงิน ซึ่งเป็นข้อกังวลที่ตามหลอกหลอนโครงการมาหลายปี ประเด็นความเป็นส่วนตัวถือเป็นเรื่องอ่อนไหวที่สุดในดีเบตสาธารณะ ขณะที่ ECB วางกรอบยูโรดิจิทัลเป็นเครื่องมือรักษาอธิปไตยทางการเงิน ท่ามกลางการขยายตัวของสเตเบิลคอยน์ (stablecoins) เครือข่ายชำระเงินภาคเอกชน และคริปโตแอสเซ็ต สำหรับยุโรป โครงการทดลองครั้งนี้เป็นบททดสอบสำคัญว่า CBDC จะตอบโจทย์การชำระเงินจริงได้หรือไม่ โดยไม่บั่นทอนความไว้วางใจของสังคม เทคโนโลยีอาจพร้อมแล้ว แต่โจทย์ที่ยากกว่าคือทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจเชื่อว่ายูโรดิจิทัลมีประโยชน์ เคารพความเป็นส่วนตัว และคุ้มค่าต่อการนำมาใช้ ที่มาข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ถือเป็นจุดยืนของ BingX และไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนจาก BingX ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไข