ปริมาณธุรกรรมบัตรคริปโตต่อสัปดาห์ทะลุ 200 ล้านดอลลาร์ ขับเคลื่อนโดยสเตเบิลคอยน์

บัตรคริปโตถูกมองว่าเป็นช่องทางสำคัญที่พาอุตสาหกรรมเข้าสู่กระแสหลัก ในช่วงที่ตลาดยังถกเถียงกันว่า Bitcoin ควรถูกจัดเป็น "ทองคำดิจิทัล" หรือเป็นสกุลเงิน ผู้ใช้งานจำนวนมากได้ใช้บัตรเดบิตที่เติมเงินด้วยคริปโตจ่ายค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไปแล้ว ตั้งแต่ร้านกาแฟ ปั๊มน้ำมัน ไปจนถึงซูเปอร์มาร์เก็ต ปริมาณธุรกรรมของบัตรคริปโตในระดับรายสัปดาห์ล่าสุดขยับผ่าน 200 ล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี 2023 ซึ่งช่วงนั้นยอดรวมรายเดือนอยู่ราว 100 ล้านดอลลาร์ ข้อมูลระบุว่าเดือนมีนาคม 2026 ปริมาณรวมรายเดือนแตะ 767 ล้านดอลลาร์ เดือนพฤษภาคมเพิ่มเป็น 866 ล้านดอลลาร์ และยอดสะสมรวมสูงกว่า 10.11 พันล้านดอลลาร์ ณ เดือนมิถุนายน 2026 สเตเบิลคอยน์เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการใช้งานจริง โดยแทบไม่มีผู้ใช้จ่ายค่าอาหารด้วย Bitcoin หรือ Ethereum ปริมาณธุรกรรมบัตรคริปโตประมาณ 90% ณ เดือนมีนาคม 2026 มาจาก USDT และ USDC ขณะที่ TRON ก้าวขึ้นเป็นบล็อกเชนหลักด้านสภาพคล่องและการชำระบัญชีในตลาดนี้ จากต้นทุนธุรกรรมที่ต่ำซึ่งเหมาะกับธุรกิจชำระเงินที่เน้นปริมาณสูงและมาร์จินต่ำ ด้านเครือข่ายการชำระเงิน Visa ครองตลาดอย่างชัดเจน โดยช่วงล่าสุดมีสัดส่วนปริมาณธุรกรรมบัตรคริปโตแบบ on-chain ราว 90% ถึง 97% ในทางปฏิบัติ ร้านค้าจะเห็นธุรกรรมไม่ต่างจากการรูดบัตร Visa ปกติ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษหรือเปลี่ยนระบบหน้าร้าน การแปลงจากคริปโตเป็นเงินเฟียตเกิดขึ้นเบื้องหลัง ก่อนที่ร้านค้าจะได้รับเงิน ปัจจัยที่หนุนการเติบโตมาจากหลายด้าน ผู้ให้บริการที่เติบโตจากระบบนิเวศคริปโตได้ขยายโปรแกรมบัตรอย่างมาก จากกลุ่มผู้ใช้ยุคแรกไปสู่ผู้บริโภควงกว้างขึ้น อีกด้านคือความคืบหน้าด้านกฎระเบียบ โดยกฎหมาย US GENIUS Act ที่มุ่งกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ช่วยเพิ่มความชัดเจนเชิงกฎหมายให้ผู้ประกอบการ เส้นทางการเติบโตชี้ภาพที่เด่นชัด ยอดรายเดือนจากราว 100 ล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2023 ขึ้นมาเกือบ 870 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม 2026 เพิ่มขึ้นราว 6 ถึง 8 เท่าในกรอบเวลาประมาณ 18 ถึง 36 เดือน ช่วงต้นปี 2026 มีการประมวลผลธุรกรรมสะสมมากกว่า 21 ล้านรายการ และอัตรารันเรตรายปีในช่วงปลายปี 2025 เข้าใกล้หรือสูงกว่า 18 พันล้านดอลลาร์ การเร่งตัวเห็นชัดตั้งแต่ปลายปี 2025 สะท้อนว่าการยอมรับบัตรคริปโตอาจกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน มากกว่าจะเติบโตแบบเส้นตรง มุมมองต่อผู้ลงทุน ประเด็นที่เด่นสุดคือสเตเบิลคอยน์ เมื่อปริมาณธุรกรรมบัตรคริปโตราว 90% ไหลผ่าน USDT และ USDC ฐานอุปสงค์ของสินทรัพย์ทั้งสองจึงผูกกับพฤติกรรมการใช้จ่ายในโลกจริง ไม่ได้อิงแค่การเทรดบนกระดานแลกเปลี่ยน ขณะเดียวกันความเสี่ยงก็มีน้ำหนัก โครงสร้างการชำระเงินที่พึ่งพาสเตเบิลคอยน์จะมั่นคงได้เท่ากับเสถียรภาพของตัวสเตเบิลคอยน์เอง เหตุการณ์หลุดเพ็ก การเข้มงวดของกฎระเบียบ หรือปัญหาการล้มละลายของผู้ออกเหรียญอาจกระทบทั้งระบบได้ในเวลาไม่นาน การกระจุกตัวอยู่ที่ USDT และ USDC ยังหมายถึงความเสี่ยงจากคู่สัญญาที่ฝังอยู่ในระบบอย่างมีนัยสำคัญ อีกประเด็นคือความยั่งยืนของการเติบโตว่าจะต่อเนื่องหรือเริ่มชะลอเมื่อกลุ่มผู้ใช้ยุคแรกอิ่มตัว ข้อมูลที่ชี้ว่าปริมาณรายเดือนอยู่ที่ 655 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2026 หลังจากเดือนพฤษภาคมทำได้ 866 ล้านดอลลาร์ บ่งชี้ว่าตัวเลขอาจผันผวนเป็นช่วง ๆ