Liquid ไซด์เชนของ Blockstream พบความผิดปกติราว 4,000 BTC มูลค่าประมาณ 320 ล้านดอลลาร์

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
Liquid ซึ่งเป็นไซด์เชน Bitcoin ของ Blockstream ถูกระงับการทำงาน หลังจากมีช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ Elements ที่เห็นได้ชัดว่าเอื้อให้มีการสร้าง LBTC ที่ไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง และถูกนำไปไถ่ถอนเป็น ~4,000 BTC ส่งผลให้กระเป๋าเงินของเฟเดอเรชันถูกดูดสภาพคล่องจาก ~4,200 BTC เหลือ ~200 BTC โหนดบริดจ์ถูกปิดใช้งาน และเหตุการณ์นี้กระจุกตัวอยู่ในกลไก peg-in/peg-out ของ Liquid มากกว่าบนเมนเน็ตของ Bitcoin เหตุการณ์ดังกล่าวยกระดับการรับรู้ความเสี่ยงด้านคู่สัญญาและความเสี่ยงของบริดจ์ที่เกี่ยวข้องกับไซด์เชนแบบเฟเดอเรเต็ด
ระดับผลกระทบ
● สูง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT-0.52%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▼ ขาลง
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
CoinDesk รายงานว่า Liquid ซึ่งเป็นไซด์เชนบนบิตคอยน์ของ Blockstream ถูกระงับการทำงานตั้งแต่วันอาทิตย์ หลังพบการไหลออกผิดปกติราว 4,000 BTC จากกระเป๋าเฟเดอเรชันที่ใช้ค้ำประกัน LBTC ที่หมุนเวียน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 320 ล้านดอลลาร์ตามราคาที่อ้างในบทความ ภายหลังเหตุการณ์ โหนดบริดจ์ถูกปิดลง โดยการถอนเงินเกิดขึ้นผ่านกระบวนการไถ่ถอน (redemption) ตามปกติ Liquid และ SideSwap ซึ่งเป็นสมาชิกเฟเดอเรชันระบุว่า เวลา 14:05 UTC มีลูกค้าส่ง 4,000 LBTC ไปยัง SideSwap จากนั้นโทเคนดังกล่าวถูกเผาทำลายภายใต้การอนุมัติที่ถูกต้อง และอีก 23 นาทีถัดมา กระเป๋าเฟเดอเรชันได้จ่ายออกประมาณ 3,996 BTC Liquid ระบุว่าเงินไหลออกผ่านคีย์อนุมัติ pegout ของ SideSwap แต่ยืนยันว่าคีย์ดังกล่าวและคีย์อื่นของเฟเดอเรชันไม่ได้ถูกเจาะ SideSwap ก็ยืนยันว่าไม่ได้ถูกบุกรุก และชี้ว่าเหตุเกิดจากช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ Elements ที่ Liquid ใช้งาน รายงานระบุว่า Blockstream ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดช่องโหว่ต่อสาธารณะ แม้ซอฟต์แวร์ฐานของ Liquid จะได้รับแพตช์แก้ไขที่เกี่ยวข้องแล้วเมื่อ 5 สัปดาห์ก่อน ข้อมูลที่เปิดเผยจนถึงขณะนี้ชี้ว่าไม่มีการบังคับถอนบิตคอยน์ออกจากกระเป๋าโดยตรง แต่เป็นการสร้าง LBTC ที่ไม่มีบิตคอยน์ค้ำประกันขึ้นมาก่อน แล้วนำไปแลกเป็น BTC ผ่านกระบวนการไถ่ถอนที่ดูเหมือนถูกต้องตามระบบ ยอดคงเหลือของกระเป๋าเฟเดอเรชันลดลงเหลือราว 200 BTC จากเดิมราว 4,200 BTC ก่อนเกิดเหตุ เทียบเท่าประมาณ 5% ของระดับเดิม สรุปตัวเลขสำคัญ: ปริมาณไหลออกผิดปกติราว 4,000 BTC, ยอดคงเหลือหลังเหตุการณ์ราว 200 BTC, ความต่างเวลาการชำระเงินประมาณ 23 นาที ไทม์ไลน์ที่เผยแพร่โดย Samson Mow อดีตหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยของ Blockstream ระบุว่าที่อยู่ดังกล่าวปัจจุบันถือครองประมาณ 3,998.5 BTC พร้อมข้อความบนเชนที่อ้างว่าเป็น "ไวท์แฮต" ระบุว่า "We are white hats; please contact us onchain." ต่อมา Blockstream ตอบกลับผ่านอีเมลที่ถูกทิ้งไว้บนเชน และทั้งสองฝ่ายถูกระบุว่าสื่อสารต่อผ่านข้อความที่ลงนามด้วย PGP ซึ่งฝังอยู่ในธุรกรรมบิตคอยน์ ด้าน Charles Guillemet ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Ledger แสดงความกังขาต่อการอ้างตัวเป็นไวท์แฮต โดยมองว่าไวท์แฮตที่แท้จริงไม่ควรดูดเงินจากบริดจ์ก่อนแล้วค่อยขอให้ติดต่อบนเชน และยังชี้ว่า "ไวท์แฮต" บางรายในปัจจุบันปฏิเสธคืนเงินจนกว่าจะมีการแพตช์ช่องโหว่ ข้อมูลที่เปิดเผยระบุว่าสินทรัพย์อื่นบน Liquid เช่น USDT, DePix และสินทรัพย์โลกจริงแบบโทเคน (tokenized real-world assets) ยังไม่ถูกกระทบ และเครือข่าย Bitcoin mainnet ก็ไม่ได้รับผลกระทบ เหตุการณ์จึงกระทบหลักต่อกลไกบริดจ์และการแมปสินทรัพย์ของไซด์เชน Liquid มากกว่าตัวเครือข่ายบิตคอยน์เอง