Bitmine กว้านซื้อ ETH มูลค่า 82 ล้านดอลลาร์ ตั้งเป้าถือครอง 5% ของตลาด

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
การซื้อ ETH มูลค่า 82 ล้านดอลลาร์ของ Bitmine และการเปิดเผยว่าได้สะสม ETH ราว ~4.8% ของอุปทาน ETH ทั้งหมด (ใกล้เป้าหมาย 5%) ทำให้ effective float ตึงตัวขึ้น ขณะที่การสเตกกิงขนาดใหญ่ (5.07 ล้าน ETH) สะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาวและแรงกดดันจากการขายที่ลดลง ข่าวดังกล่าวยังเชื่อมโยงความแข็งแกร่งล่าสุดของสินทรัพย์เสี่ยงกับนโยบายสหรัฐฯ ที่เอื้ออำนวยและความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่ดีขึ้น (กฎเกณฑ์สเตเบิลคอยน์, หน่วยงานคริปโตของ SEC) ซึ่งตอกย้ำความต้องการคริปโตในระยะใกล้ โดยเฉพาะ ETH
ระดับผลกระทบ
● สูง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
ETH/USDT+2.94%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · ETH/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▲ ขาขึ้น
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
Bitmine เปิดเผยการเข้าซื้ออีเธอร์ (ETH) เพิ่มอีก 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมระบุว่าบริษัทกำลังเดินหน้าแผน "Alchemy 5%" ที่ตั้งเป้ากวาดซื้อ Ethereum ให้ได้ 5% ของเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด นอกเหนือจาก ETH แล้ว Bitmine ระบุว่าปัจจุบันยังถือครองบิตคอยน์ 210 เหรียญ (BTC) มีเงินลงทุนในบริษัทสื่อ Beast Industries มูลค่า 180 ล้านดอลลาร์ และลงทุนใน Eightco Holdings มูลค่า 89 ล้านดอลลาร์ รวมถึงเงินสดและหลักทรัพย์รวมมูลค่า 308 ล้านดอลลาร์ ทอม ลี ประธานบอร์ด Bitmine กล่าวว่า หลังการซื้อครั้งล่าสุด บริษัทสะสม ETH ได้คิดเป็น 4.8% ของอุปทาน Ethereum ทั้งหมดที่ 120.7 ล้าน ETH เท่ากับทำแผน "Alchemy 5%" ไปแล้ว 97% โดย Bitmine เริ่มทยอยซื้อ Ethereum เป็นรายสัปดาห์ตั้งแต่เปิดตัวกลยุทธ์ "ETH Treasury Strategy" ราว 14 เดือนก่อน ในวันที่ 30 มิถุนายน 2025 ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคา Ethereum ปรับขึ้น 30% มาอยู่ที่ 2,480 ดอลลาร์ นับเป็นการปรับขึ้นรายสัปดาห์แรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 ที่เคยพุ่ง 170% ลีย้อนความว่า Ethereum เคยทำสถิติขึ้นแรงอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2021 โดยเพิ่มขึ้น 167% ประธานบอร์ด Bitmine มองว่าการปรับขึ้นของราคาสินทรัพย์ได้รับแรงหนุนจากท่าทีของหน่วยงานสหรัฐ และการตัดสินใจของกระทรวงการคลังสหรัฐในการเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนหนี้รัฐบาล ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโทเคอร์เรนซี ผู้บริหาร Bitmine เชื่อว่า GENIUS Act ที่ผ่านเมื่อช่วงฤดูร้อนปีก่อนเพื่อกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ และการตั้งหน่วยงานด้านคริปโทภายในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) จะส่งผลเชิงบวกต่อทิศทางกฎเกณฑ์ด้านคริปโทและบริการการเงิน ทอม ลี เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กับการยกเลิกมาตรฐานทองคำของเงินดอลลาร์สหรัฐในปี 1971 ซึ่งตัดความเชื่อมโยงระหว่างดอลลาร์กับทองคำและนำไปสู่ระบบเงินตราแบบ fiat ที่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว โดยเขามองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวปูทางสู่การพัฒนาระบบการเงินและการชำระเงินสมัยใหม่ Bitmine รายงานว่า ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2026 บริษัทได้ทำการสเตก (staked) รวม 5,067,309 ETH คิดเป็นมูลค่า 12.4 พันล้านดอลลาร์ โดยช่วงต้นปี 2026 บริษัทเปิดตัว MAVAN (Made in America Validator Network) แพลตฟอร์มสเตกที่มุ่งเน้นนักลงทุนสถาบัน และคาดการณ์รายได้จากการสเตกต่อปีไว้ที่ 330 ล้านดอลลาร์ อีกด้านหนึ่ง Strategy ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครองบิตคอยน์มากที่สุด ด้วยจำนวน 840,447 BTC มูลค่าราว 70 พันล้านดอลลาร์ ยังไม่ได้เข้าซื้อเพิ่มต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม โดยต้นเดือนสิงหาคม Strategy เลือกขายบิตคอยน์ 1,690 เหรียญ คิดเป็นมูลค่า 108.6 ล้านดอลลาร์