เหตุแฮ็ก Coldcard ดันกิจกรรมบนเชนบิตคอยน์พุ่ง ใกล้ระดับช่วง FTX ล่มสลาย

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
รายงานการแฮ็ก Coldcard ที่ถูกเปิดเผยกระตุ้นให้กิจกรรมบนเชนของ Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ใช้รีบย้ายเงินทุน ส่งผลให้จำนวนที่อยู่ที่ใช้งานรายวันเพิ่มขึ้นใกล้ 1 ล้าน และทำให้ปริมาณธุรกรรมขนาดเล็กยกระดับขึ้นไปใกล้ระดับในช่วงหลังเหตุการณ์ FTX การเพิ่มขึ้นของเงินฝากเข้าเอ็กซ์เชนจ์จากผู้ถือรายย่อย และการใช้จ่ายของผู้ถือระยะยาวที่มากขึ้น บ่งชี้ถึงพฤติกรรมลดความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และศักยภาพของสภาพคล่องฝั่งขายในระยะใกล้ ขณะที่ความไม่แน่นอนที่ยังคงเหลือเกี่ยวกับผู้ถือที่ได้รับผลกระทบยังคงทำให้เกิดความกังวลด้านความเสี่ยงปลายหาง
ระดับผลกระทบ
● สูง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT+0.64%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▼ ขาลง
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
ChainCatcher รายงานว่า ข้อมูลจาก Cryptoquant ระบุว่าเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม กิจกรรมบนเชนของบิตคอยน์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังผู้ใช้ Coldcard เร่งโอนย้ายเงินทุนออกไป จำนวนที่อยู่บิตคอยน์ที่ใช้งานรายวันเพิ่มจาก 645,000 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม มาแตะเกือบ 1 ล้าน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2024 โดยแรงหนุนหลักมาจากที่อยู่ฝั่งส่ง ปริมาณธุรกรรมขนาดต่ำกว่า 1 BTC อยู่ที่ 39,600 BTC ใกล้เคียงแต่ต่ำกว่าเล็กน้อยจาก 39,900 BTC ที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ FTX ล่มสลาย ขณะที่มูลค่าธุรกรรมต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐรวมอยู่ที่ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2024 การใช้จ่ายของผู้ถือระยะยาวเพิ่มจาก 269,000 BTC เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม เป็น 406,000 BTC ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม ด้านเงินฝากเข้าเว็บเทรดจากผู้ถือรายย่อยพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ จำนวนธุรกรรมค้างใน mempool กระโดดจาก 33,000 เป็นราว 96,000 สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน การวิเคราะห์ชี้ว่ามีผู้ใช้จำนวนมากย้ายเงินออกไปแล้ว แต่ยังมีผู้ถืออีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ทราบแน่ชัดซึ่งอาจยังอยู่ในความเสี่ยง