กลุ่มบังคับใช้กฎหมายสหรัฐเตือน ร่าง Clarity Act อาจทำให้การกำกับดูแลคริปโตอ่อนแอลง

องค์กรบังคับใช้กฎหมายรายใหญ่ 4 แห่งของสหรัฐส่งสัญญาณคัดค้านร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act (Clarity Act) โดยระบุว่าบางส่วนของร่างกฎหมายอาจทำให้การกำกับดูแลกิจกรรมคริปโตอ่อนแอลง และสร้างช่องโหว่ด้านความรับผิดชอบในการบังคับใช้กฎหมาย ในจดหมายลงวันที่ 23 มิ.ย. ที่ส่งถึง Todd Blanche รักษาการอัยการสูงสุด และ Patrick Witt ผู้อำนวยการบริหารสภาที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านสินทรัพย์ดิจิทัล องค์กร National Sheriffs' Association, National Association of Assistant US Attorneys, National District Attorneys Association และ International Association of Chiefs of Police ระบุว่ายังคงกังวลต่อมาตรา 604 ซึ่งเรียกกันว่า Blockchain Regulatory Certainty Act ทั้ง 4 องค์กรระบุว่าเป็นตัวแทนบุคลากรด้านกระบวนการยุติธรรมและบังคับใช้กฎหมายมากกว่า 70,000 รายทั่วสหรัฐ รวมถึงอัยการ นายอำเภอ ผู้บัญชาการตำรวจ ผู้สืบสวน และเจ้าหน้าที่ภาคสนาม โดยมองว่าถ้อยคำในปัจจุบันอาจทำให้เกิดช่องว่างด้านการกำกับดูแล ส่งผลให้การสืบสวนกิจกรรมผิดกฎหมายทำได้ยากขึ้น จดหมายยังเตือนว่า ร่างกฎหมายไม่ได้วางมาตรการคุ้มครองเทียบเท่าระบบการเงินดั้งเดิม และอาจเปิดทางให้ผู้เล่นบางส่วนในคริปโตหลีกเลี่ยงข้อกำหนดด้านการต่อต้านการฟอกเงิน (AML) และการรู้จักลูกค้า (KYC) รวมถึงภาระการรายงานที่เกี่ยวข้อง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการหารือหลายสัปดาห์ระหว่างฝ่ายบริหาร สมาชิกสภานิติบัญญัติ และอุตสาหกรรมคริปโต โดยมาตรา 604 กลายเป็นหนึ่งในประเด็นขัดแย้งหลักก่อนที่ร่างกฎหมายจะเข้าสู่การพิจารณาในวุฒิสภา ทั้งนี้ กลุ่ม Grand Lodge Fraternal Order of Police และ National Association of Police Organizations ซึ่งมีส่วนร่วมในการเจรจา ไม่ได้ร่วมลงนามในจดหมายฉบับนี้ แรงต้านจากกลุ่มศาสนา: กังวลเงินเชื่อมโยงค้ามนุษย์ ร่างกฎหมายยังเผชิญแรงคัดค้านจากกลุ่มศาสนา โดย Alliance to End Human Trafficking ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรคาทอลิก ส่งจดหมายอีกฉบับถึงผู้นำวุฒิสภา หลังรวบรวมการสนับสนุนจากผู้นำและองค์กรคาทอลิกราว 100 ราย/แห่ง กลุ่มดังกล่าวระบุว่ามาตรา 604 อาจทำให้ติดตามกระแสเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ อาชญากรรมองค์กร การแสวงหาประโยชน์จากเด็ก การหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร และกิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ ได้ยากขึ้น พร้อมย้ำว่าการส่งเสริมนวัตกรรมไม่ควรแลกกับความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ผู้ลงนามรวมถึงผู้นำจาก Sisters of Saint Joseph of Philadelphia, Sisters of the Blessed Virgin Mary และ Congregation of Sisters of St. Agnes Alliance มองว่า "safe harbor" ที่ถูกออกแบบไว้สำหรับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แบบไม่รับฝากทรัพย์สิน (noncustodial) อาจสร้างข้อยกเว้นในวงกว้างจนลดทอนความเข้มงวดของการกำกับดูแล ฝั่งอุตสาหกรรมคริปโตยืนกรานหนุนมาตรา 604 บริษัทคริปโตยังคงสนับสนุนบทบัญญัติดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่านักพัฒนาแบบ noncustodial ทำหน้าที่เพียงสร้างซอฟต์แวร์ ไม่ควรถูกปฏิบัติในฐานะธนาคารหรือผู้ให้บริการโอนเงิน อีกทั้งมาตรา 604 จะช่วยเพิ่มความชัดเจนทางกฎหมาย และลดแรงจูงใจให้นวัตกรรมย้ายออกนอกประเทศ ผู้สนับสนุนจำนวนมากในอุตสาหกรรมระบุว่ามาตรา 604 เป็น "เส้นแดง" และเตือนว่าหากถูกตัดออก อาจกระทบแรงหนุนต่อแพ็กเกจร่างกฎหมายโดยรวม Clarity Act มีเป้าหมายยุติข้อพิพาทที่ยืดเยื้อระหว่าง SEC และ CFTC เกี่ยวกับอำนาจกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล โดยร่างกฎหมายจะจัดให้โทเคนจำนวนมาก รวมถึง Bitcoin และ Ethereum อยู่ในหมวดสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมกำหนดกฎการขึ้นทะเบียนสำหรับตลาดซื้อขายและโบรกเกอร์ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอนุมัติร่างกฎหมายนี้ในเดือน ก.ค. 2025 ด้วยคะแนน 294 ต่อ 134 ขณะที่คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาให้ความเห็นชอบในเดือน พ.ค. 2026 ด้วยคะแนน 15 ต่อ 9 หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ด้านข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือคำแนะนำรูปแบบใด ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและความระมัดระวังก่อนดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้อง